มะเร็งไม่ต้องรอให้เริ่ม Don’t Wait, Detect Early Recognize hidden treats : Spot Cancer Before it begins

คลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟู
คลินิกสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟู
-
29 ส.ค. 2568
-
#

โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทยและทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 100,000 รายต่อปี และยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทย อีกทั้งการรักษาโรคมะเร็งต้องใช้ทรัพยากรทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะในระยะที่โรคลุกลาม นอกจากนี้ อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งยังขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค การตรวจพบในระยะเริ่มต้นหรือระยะศูนย์ (Stage 0) จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง

  1. พันธุกรรมและปัจจัยทางกรรมพันธุ์ หากมีสมาชิกในครอบครัวสายตรง โดยเฉพาะพ่อแม่ พี่น้อง หรือปู่ย่าตายายที่เคยเป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งรังไข่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคก็จะเพิ่มขึ้น
  2. พฤติกรรมการรับประทานอาหารและโภชนาการ อาหารที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบ อาหารปิ้ง ย่าง ทอด หรือรมควัน เพราะกระบวนการทำอาหารประเภทนี้อาจทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เช่น ไฮโดรคาร์บอนและอะคริลาไมด์ อาหารแปรรูปและเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ซึ่งมักมีสารกันบูดประเภทไนไตรต์และไนเทรต ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำไส้ เป็นต้น
  3. การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  4. การสัมผัสสารก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อม เช่น แร่ใยหิน เบนซีน สารกำจัดศัตรูพืช และสารพิษในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งเม็ดเลือดขาว รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากแสงแดดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง
  5. โรคเรื้อรังและการติดเชื้อบางชนิด เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B และ C สามารถนำไปสู่มะเร็งตับ เชื้อ HPV (Human Papillomavirus) เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น
  6. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและความเครียด การขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วนและโรคเบาหวาน ความเครียดเรื้อรัง ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกายและส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอต่อโรคมะเร็ง

การค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

1. การตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะเริ่มต้นด้วยวิธี SPOT-MAS (ctDNA)  

การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธี SPOT-MAS เป็นการตรวจหาดีเอ็นเอที่ปล่อยออกมาจากเซลล์มะเร็งเข้าสู่กระแสเลือด (Circulating Tumor DNA: ctDNA) ซึ่งการตรวจนี้เป็นวิธีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรก (Early Detection) โดยไม่ต้องใช้วิธีการตรวจที่รุกล้ำส่วนของร่างกายที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เช่น การใช้เนื้อเยื่อจากการตัดชิ้นเนื้อ (biopsy) แบบเดิม

หลักการของการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย SPOT-MAS (ctDNA):

การตรวจใช้เพียงการเจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์ส่วนของดีเอ็นเอที่ปล่อยออกมาจากเซลล์มะเร็งที่ตายหรือถูกทำลายสู่กระแสเลือดโดยวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) ซึ่งสามารถตรวจหามะเร็งหลายชนิดพร้อมกัน จากการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว ดังนั้นการตรวจนี้จะช่วยตรวจหาสัญญาณของมะเร็งในร่างกายได้ในระยะเริ่มต้น ก่อนที่มะเร็งจะมีการแพร่กระจาย 

การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธี SPOT-MAS มี 2 แบบ

1. คัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม 5 ชนิด ได้แก่

  • มะเร็งตับ
  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งลําไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร

2. คัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม 10 ชนิด ได้แก่

  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  • มะเร็งปอด
  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งลําไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มะเร็งตับอ่อน
  • มะเร็งรังไข่
  • มะเร็งหลอดอาหาร
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • มะเร็งศีรษะและลำคอ
ข้อดีของการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย SPOT-MAS (ctDNA):
  • ตรวจหามะเร็งในระยะแรกโดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการ และสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งหลายชนิดได้โดยการเจาะเลือดครั้งเดียว
  • เป็นวิธีที่ไม่รุกรานร่างกายและไม่ต้องผ่าตัด
  • ใครควรตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย SPOT-MAS (ctDNA):
  • บุคคลทั่วไปอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่รักสุขภาพและมีความต้องการในการตรวจคัดกรองมะเร็ง 
  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี และความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคมะเร็ง เช่น ผู้ที่มีประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สัมผัสสารพิษและโลหะหนัก มีประวัติโรคติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบ
  • ข้อจำกัดของการตรวจ SPOT-MAS (ctDNA):
  • ไม่แนะนำให้ตรวจในผู้ที่มีประวัติการรักษามะเร็งภายใน 5 ปี
  • ไม่แนะนำให้ตรวจในผู้ที่มีอาการและสัญญาณที่สงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็ง
  • ไม่แนะนำให้ตรวจในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์

2. การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย EDIM Test (Epitope Detection in Monocytes)

เป็นการทดสอบทางการแพทย์เพื่อคัดกรองความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการตรวจหาโปรตีนหรือสารชีวโมเลกุลที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อระบบภูมิคุ้มกันมีการตอบสนองต่อเซลล์มะเร็ง

หลักการของการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย EDIM Test:

EDIM เป็นการตรวจเลือดเพื่อคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้นโดยใช้เทคนิคในการตรวจหาเครื่องหมายของภูมิคุ้มกันในเลือดซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเซลล์มะเร็งเริ่มก่อตัวหรือไม่ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อเซลล์มะเร็ง อาจเกิดการสร้างโปรตีนหรือสารบางชนิดที่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด โดยใช้การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาโปรตีนเฉพาะสองชนิด คือ DNaseX และ TKTL1 ภายในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมโครฟาจ ซึ่งโปรตีนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งตัวและกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์มะเร็ง 

DNaseX: เป็นโปรตีนที่พบในเซลล์ที่มีการตายแบบผิดปกติหรือเซลล์ที่ไม่สามารถทำลายตัวเองได้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็ง 

TKTL1: เป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลในเซลล์ผิดปกติ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง 

ข้อดีของการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วย EDIM:
  • สามารถตรวจหามะเร็งได้ในระยะเริ่มต้น
  • ช่วยให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของมะเร็งในร่างกาย ใช้ในการติดตามผลหลังการรักษามะเร็ง
  • เป็นการตรวจที่ไม่ซับซ้อน ใช้เพียงการเจาะเลือด และไม่ต้องผ่าตัดหรือตัดชิ้นเนื้อ 
ข้อควรทราบ:
  • ควรหลีกเลี่ยงการตรวจในกรณีที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดหรือรักษาโรครุนแรงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ควรเว้นระยะให้ร่างกายฟื้นฟูก่อนประมาณ 2-3 เดือน 
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยารักษาโรคหรือมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจ
  • ตรวจได้ในผู้ใหญ่อายุ 23 ปีขึ้นไป
  • ระยะเวลาการรอผลประมาณ 14 วัน

3. การตรวจ NK Cell Activity 

NK Cells (Natural Killer Cells) คือ เซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีบทบาทในการตรวจจับและทำลายเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ที่ติดเชื้อในร่างกาย การตรวจ NK Cell Activity จะวัดประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ในการตอบสนองต่อเซลล์มะเร็ง และช่วยให้ทราบถึงความสามารถของภูมิคุ้มกันในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้

ทำไมต้องตรวจคัดกรองมะเร็งที่ BDMS Wellness Clinic

  • การตรวจ ctDNA, EDIM, และ NK Cell Activity เป็นการป้องกันเชิงรุก เพราะเป็นตัวช่วยในการตรวจคัดกรอง มะเร็งเพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในอนาคต และเพิ่มโอกาสในการรักษาหากตรวจเจอตั้งแต่เนิ่นๆ 
  • เน้นแนวคิด Scientific Wellness โดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคัดกรองและดูแลสุขภาพแบบองค์รวม แพทย์จะเชื่อมโยงผลตรวจคัดกรองเข้ากับข้อมูลสุขภาพโดยรวม เช่น พันธุกรรม การอักเสบ ฮอร์โมน และไลฟ์สไตล์ เพื่อวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล
  • เน้นป้องกันก่อนเจ็บป่วย ไม่ใช่แค่รู้ว่ามีความเสี่ยง แต่มีแผนรับมืออย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

Share:

@2020 BDMS Wellness Clinic. All rights Reserved