จาก “รักษาเมื่อป่วย” สู่ “ป้องกันก่อนป่วย” BDMS Wellness Clinic จับมือ Global Wellness Institute ชี้ศักยภาพเศรษฐกิจสุขภาพไทยบนเวทีโลก

25 มี.ค. 2569
-

gwi 

           เศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ หากแต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของประเทศ จากระบบที่เน้น “การรักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับ “การป้องกันก่อนป่วย” อย่างเป็นรูปธรรม
           รายงานล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า ในปี 2024 มูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศไทยอยู่ที่ 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 คิดเป็นอัตราเติบโต 10.1% นับเป็นการเติบโตอันดับ 7 ของโลก ตัวเลขดังกล่าวกำลังยืนยันว่า “สุขภาพ” ไม่ใช่ต้นทุนของประเทศอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการขยายตัวระยะยาว
           ในระดับโลก เศรษฐกิจสุขภาพมีมูลค่ารวม 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และเติบโตเฉลี่ย 7.9% ต่อปีในช่วงปี 2023-2024 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP โลก โดยมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสุขภาพยังคงขยายตัวเฉลี่ยปีละ 7.6% ส่งผลให้ภายในปี 2029 มูลค่ารวมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health) กำลังกลายเป็นทิศทางหลักของโลก
           สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก และอันดับ 24 ของโลกจาก 218 ประเทศ สะท้อนศักยภาพการแข่งขันในเวทีสากลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ยังมีศักยภาพเป็นเครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจด้วยมูลค่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และมีอัตราการเติบโตสูงถึง 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ตอกย้ำความเชื่อมั่นในประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการพักผ่อน

           คุณ Susie Ellis ประธานและ CEO ของ Global Wellness Institute กล่าวว่า การที่ประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านสุขภาพของโลก ด้วยมูลค่าตลาด 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก สะท้อนทั้งรากฐานวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี ควบคู่กับวิสัยทัศน์ในการลงทุนเชิงนวัตกรรมและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การขยายตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สปา และอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งมีบทบาทในการขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจสุขภาพของโลก เราขอขอบคุณ BDMS Wellness Clinic สำหรับความร่วมมือและวิสัยทัศน์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถจัดทำข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อเสริมกำลังให้ผู้นำด้านอุตสาหกรรม ผู้กำหนดนโยบาย และชุมชน ร่วมกันสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ทั้งในประเทศและในระดับสากล”

           ด้าน นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ “หมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือกับ GWI ว่า“ความร่วมมือกับ Global Wellness Institute ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการผลักดันแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงเฉพาะในมิติของการแพทย์เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงมิติของเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้คนในระยะยาว รายงานเศรษฐกิจสุขภาพของ GWI ช่วยให้เราเห็นทิศทางของโลกในอนาคตที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นการรักษาโรค ไปสู่การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันก่อนเกิดโรค สำหรับประเทศไทย ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในการพัฒนา ‘Wellness Ecosystem’ ที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งการแพทย์เชิงป้องกัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อาหารและโภชนาการ การออกกำลังกาย ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี หากสามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ของภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของโลกในอนาคต ทั้งในมิติของคุณภาพชีวิตของผู้คนและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ”

           ในช่วงปี 2023-2024 นอกจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว ภาคธุรกิจอื่น ๆ อาทิ อสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ, สปา, อาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการ และการควบคุมน้ำหนัก, กิจกรรมทางกาย และสถานที่ทำงานเพื่อสุขภาพ ต่างเติบโตไปในทิศทางบวก เป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาการดูแลสุขภาพเพียงมิติใดมิติหนึ่ง แต่ต้องการ “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ที่อยู่อาศัย การออกกำลังกาย ไปจนถึงสภาพแวดล้อมในการทำงาน

           ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางเศรษฐกิจ หากคือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย หากประเทศไทยสามารถสร้าง พันธมิตรเชิงระบบสุขภาพที่เชื่อมโยงการแพทย์ การท่องเที่ยว และธุรกิจบริการเข้าด้วยกันอย่างไร้ร้อยต่อ ประเทศไทยจะไม่ได้เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ แต่จะก้าวสู่การเป็นประเทศที่มี “ระบบนิเวศด้านสุขภาพ” ที่แข็งแกร่ง สมบูรณ์ และยั่งยืนในระดับโลก

           เศรษฐกิจสุขภาพจึงไม่ใช่กระแสชั่วคราว หากเป็นรากฐานใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต เป็นระบบเศรษฐกิจที่เติบโตไปควบคู่กับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างมั่นคงบนเวทีโลก

       

@2020 BDMS Wellness Clinic. All rights Reserved