Vegan Cuisine Month 2026

Prevention and Wellness Clinic
Prevention and Wellness Clinic
-
01 Feb 2026
-
#

VEGAN: Plant-Based Lifestyle กับการดูแลสุขภาพแบบ Inside Out

สมาคมวีแกนอเมริกัน (American Vegan Society) ได้กำหนดให้เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น "เดือนแห่งตำรับอาหารวีแกน" (Vegan Cuisine Month) เพื่อส่งเสริมความตระหนักด้านสุขภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นโอกาสให้ผู้คนได้ทดลองรับประทานอาหารจากพืชในรูปแบบ
ใหม่ ๆ ในปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการเลือกรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อาหารวีแกนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย 

อาหารวีแกนไม่เพียงเป็นแนวทางการบริโภคที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างรอบด้าน งานวิจัยมากมายชี้ให้เห็นว่า การบริโภคอาหารจากพืชสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง  (Non-communicable diseases; NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงลดความเสี่ยงโรคมะเร็งบางชนิด อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ลดการอักเสบในร่างกาย และเสริมสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ (Probiotics) นอกจากนี้ อาหารจากพืชยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายและทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

สิ่งที่น่าสนใจคือ อาหารวีแกนยังมีบทบาทสำคัญในการ “ดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก” ซึ่งเกิดจากสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่เรียกว่า สารพฤกษเคมี (Phytochemicals) ที่สามารถพบได้เฉพาะในพืช 
สารเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยลดการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างสารพฤกษเคมีที่สำคัญ พร้อมแหล่งอาหารที่พบได้ มีดังนี้ 

  • เควอซิทิน (Quercetin) พบได้ในมันฝรั่ง หัวหอม บรอกโคลี ผักเคล และแอปเปิล 
  • ลูทีนและซีแซนทีน (Lutein and Zeaxanthin) พบได้ในผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม ผักกาดขาว และข้าวโพด 
  • เบตาแคโรทีน (Beta-carotene) พบได้ในฟักทอง แครอท มันเทศ และมะละกอ 
  • ไลโคปีน (Lycopene) พบได้ในมะเขือเทศ พริกหวานแดง และแตงโม 
  • แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) พบได้ในมันม่วง กะหล่ำปลีม่วง หอมแดง และผลไม้ตระกูลเบอร์รี 

การนำผักและผลไม้เหล่านี้มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารวีแกน ไม่เพียงช่วยเพิ่มรสชาติและสีสันให้กับจานอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายได้รับสารพฤกษเคมีที่หลากหลายอีกด้วย ตัวอย่างเมนูอาหารที่สามารถทำได้ง่าย เช่น สลัดพลังพืช (Plant-Powered Salad) ข้าวกล้องอบผักรวมและธัญพืช (Vegan Grain Bowl) สมูทตี้ผลไม้ที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Smoothie) และซุปผักหลากสี (Rainbow Veggie Soup) เป็นต้น 

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจำเป็นต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมสุขภาพให้ครบทุกด้าน ทั้งการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการความเครียด การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง รวมถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ในด้านโภชนาการ ดังนั้น การรับประทานผักและผลไม้หลากหลายสีสัน เพื่อเติมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย  จึงเป็นวิธีการเริ่มต้นที่ง่ายและเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพ 

Vegan Cuisine Month 2026 จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ ทดลองสร้างสรรค์เมนูอาหารจากพืชใหม่ ๆ และตระหนักถึงประโยชน์ของอาหารวีแกน ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงผิวพรรณ หรือการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน การรับประทานอาหารจากพืชควบคู่กับไลฟ์สไตล์ที่สมดุล จะช่วยให้ทุกคนก้าวเข้าสู่การมีสุขภาพที่ดีได้ยั่งยืนอย่างแน่นอนค่ะ/ครับ 

 

เอกสารอ้างอิง 
  1. Marrone G, Guerriero C, Palazzetti D, Lido P, Marolla A, Di Daniele F, et al. Vegan Diet Health Benefits in Metabolic Syndrome. Nutrients 2021;13(3):817. https://doi.org/10.3390/nu13030817 

  2. Iweala EJ, Adurosakin OE, Innocent U, Omonhinmin CA, Dania OE, Ugbogu EA. Anti-Aging Potential of Bioactive Phytoconstituents Found in Edible Medicinal Plants: A Review. Sci 2024;6(2):36. https://doi.org/10.3390/sci6020036 

  3. Kumar A, P N, Kumar M, Jose A, Tomer V, Oz E, Proestos C, Zeng M, et al. Major Phytochemicals: Recent Advances in Health Benefits and Extraction Method. Molecules. 2023;28(2):887. doi:10.3390/molecules28020887

     

    Share:

    @2020 BDMS Wellness Clinic. All rights Reserved