ย้อนกลับ

เพื่อสุขภาพไตที่ดี เริ่มป้องกัน เริ่มลดเค็ม

 

สำหรับประเทศไทย พฤติกรรมหลักของคนไทยส่วนใหญ่ ที่อาจทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง คือการรับประทานอาหารรสเค็ม

ความเค็มที่รู้จักกันดีนั้นมาจากเกลือ เกลือคือสารประกอบทางเคมีที่เรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ (โซเดียมร้อยละ 40 และคลอไรด์ร้อยละ 60 โดยน้ำหนัก) โซเดียม จะทําหน้าที่ควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาระดับความดันโลหิตรวมทั้งช่วยในการทํางานของประสาทและกล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ) โดยโซเดียมจะมีอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิด เช่น อาหารธรรมชาติ เครื่องปรุงรสต่าง ๆ อาหารแปรรูป รวมถึงอาหารสําเร็จรูปแช่แข็งและอาหารกึ่งสําเร็จรูป

 

ความเค็มที่รู้จักกันดีนั้นมาจากเกลือ เกลือคือสารประกอบทางเคมีที่เรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ – BDMS Wellness Clinic

ไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม – BDMS Wellness Clinicไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม – BDMS Wellness Clinicไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม – BDMS Wellness Clinicไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม – BDMS Wellness Clinic

ปริมาณโซเดียมที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ

ไม่ควรเกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม

สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันสูง ควรลดเหลือเพียง 3 ส่วน 4 ช้อนชาต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม

การกินเค็มและเกลือมากเกินไป จะทำให้เกิดโรคได้หลายโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เส้นเลือดในสมองแตก ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น

ดังนั้นในวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันที่ International Federation of Kidney Foundation และ International Society of Nephrology ได้กำหนดให้เป็นวันไตโลก (World Kidney Day) เพื่อตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพไต

Your Health You Change

 

Reference