รักษารากฟัน (Root Canal Treatment)

รักษารากฟันคืออะไร เช็กอาการที่ควรพบแพทย์ ขั้นตอนการรักษา เจ็บไหม ทำกี่ครั้ง ต้องครอบฟันหรือไม่ พร้อมแนวทางดูแลฟันอย่างเหมาะสม

นัดหมาย

รักษารากฟัน คืออะไร? เมื่อไหร่ที่ควรรักษา และมีขั้นตอนอย่างไร

ปวดฟันตุบ ๆ จนนอนไม่หลับ เสียวฟันผิดปกติ เจ็บเมื่อกัดหรือเคี้ยวอาหาร ไปจนถึงเหงือกบวมหรือมีตุ่มหนอง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อภายในฟัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการดังกล่าวจำเป็นต้องรักษารากฟัน เพราะทันตแพทย์ต้องตรวจหาสาเหตุและประเมินสภาพฟันก่อน

การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) มีเป้าหมายในการนำเนื้อเยื่อที่อักเสบหรือติดเชื้อภายในฟันออก ทำความสะอาดและปิดคลองรากฟัน เพื่อควบคุมการติดเชื้อและช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ใช้งานต่อในกรณีที่ฟันยังสามารถบูรณะได้อย่างเหมาะสม

ภาพตัดขวางฟันกรามแสดงโพรงประสาทฟันและคลองรากฟันระหว่างการรักษารากฟัน Dental Wellness Clinic BDMS Wellness Clinic
ทำความรู้จัก

การรักษารากฟัน คืออะไร?

ภายนอกฟันประกอบด้วยชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟัน ส่วนด้านในมีโพรงประสาทฟัน (Dental Pulp) ซึ่งประกอบด้วยเส้นประสาท หลอดเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยโพรงดังกล่าวเชื่อมต่อไปยังคลองรากฟันภายในรากฟัน

หากฟันผุลึก ฟันแตกหรือร้าว ได้รับอุบัติเหตุ หรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เนื้อเยื่อภายในเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ ทันตแพทย์อาจพิจารณารักษาคลองรากฟัน โดยนำเนื้อเยื่อที่มีปัญหาออก ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในคลองราก ก่อนอุดปิดและบูรณะฟันให้เหมาะกับการใช้งานต่อไป

กล่าวง่าย ๆ คือ การรักษารากฟันไม่ใช่การนำรากฟันออก แต่เป็นการรักษาภายในฟันเพื่อพยายามเก็บฟันธรรมชาติซี่นั้นไว้

สัญญาณที่ควรตรวจ

อาการแบบไหนที่อาจต้องรักษารากฟัน?

อาการที่พบได้และควรได้รับการตรวจจากทันตแพทย์ ได้แก่

  • ปวดฟันมาก หรือมีอาการปวดขึ้นมาเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น
  • ปวดฟันช่วงกลางคืนจนรบกวนการนอน
  • เสียวต่อความร้อนหรือความเย็นอย่างผิดปกติ โดยอาการยังคงอยู่หลังหยุดสิ่งกระตุ้น
  • เจ็บหรือปวดเมื่อกัดและเคี้ยวอาหาร
  • เหงือกรอบฟันบวมหรือกดเจ็บ
  • มีตุ่มคล้ายสิวหรือมีหนองบริเวณเหงือก
  • ฟันมีสีคล้ำหรือเปลี่ยนสี
  • ฟันแตก ร้าว หรือเคยได้รับอุบัติเหตุ
  • มีฟันผุลึกจนเข้าใกล้หรือถึงโพรงประสาทฟัน

อาการดังกล่าวสัมพันธ์กับภาวะที่อาจต้องได้รับการรักษาคลองรากฟัน แต่อาการเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย บางคนอาจไม่มีอาการปวดชัดเจน แม้จะมีความเสียหายหรือการติดเชื้อภายในฟัน จึงต้องอาศัยการตรวจทางคลินิกร่วมกับภาพถ่ายรังสีและการทดสอบอื่นตามความเหมาะสม

ความเสี่ยงเมื่อปล่อยไว้

ทำไมไม่ควรปล่อยฟันที่มีการติดเชื้อไว้นาน?

เมื่อเนื้อเยื่อภายในฟันเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อและไม่ได้รับการรักษา ปัญหาอาจพัฒนาไปสู่การติดเชื้อบริเวณปลายราก เกิดหนองหรือฝี มีอาการบวมและปวดเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบฟันได้

นอกจากนี้ หากโครงสร้างฟันถูกทำลายมากขึ้น ฟันแตกร้าวรุนแรง หรือสูญเสียกระดูกรองรับฟันมากจนไม่สามารถบูรณะได้ ทางเลือกในการเก็บฟันธรรมชาติอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ

ขั้นตอนการรักษา

ขั้นตอนการรักษารากฟัน มีอะไรบ้าง?

รายละเอียดการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

ตรวจและวินิจฉัย

ทันตแพทย์สอบถามอาการ ตรวจสภาพฟันและเนื้อเยื่อรอบฟัน พร้อมพิจารณาภาพถ่ายรังสีหรือการตรวจเพิ่มเติม เพื่อประเมินตำแหน่งและความรุนแรงของปัญหา รวมถึงดูว่าฟันยังมีโครงสร้างเพียงพอสำหรับการรักษาและบูรณะหรือไม่

การระงับความรู้สึก

ก่อนเริ่มรักษา โดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อช่วยควบคุมความรู้สึกระหว่างทำหัตถการ

เปิดทางเข้าสู่คลองรากฟัน

ทันตแพทย์เปิดช่องขนาดเหมาะสมบริเวณตัวฟันเพื่อเข้าถึงโพรงประสาทและคลองรากฟัน โดยอาจใช้แผ่นยางกันน้ำลายเพื่อแยกบริเวณที่ทำการรักษาออกจากช่องปาก

กำจัดเนื้อเยื่อที่อักเสบหรือติดเชื้อ

เนื้อเยื่อที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อภายในโพรงฟันและคลองรากจะถูกนำออก จากนั้นจึงทำความสะอาดและเตรียมรูปร่างคลองรากให้เหมาะสม

ทำความสะอาดและอุดคลองรากฟัน

เมื่อคลองรากฟันได้รับการทำความสะอาดและอยู่ในสภาพเหมาะสม ทันตแพทย์จะอุดปิดคลองรากฟันด้วยวัสดุสำหรับงานรักษาราก เพื่อปิดพื้นที่ภายในและลดโอกาสการปนเปื้อนกลับเข้าสู่ระบบคลองราก

บูรณะฟันหลังการรักษา

หลังการรักษารากฟันเสร็จ ฟันจำเป็นต้องได้รับการบูรณะให้เหมาะกับโครงสร้างที่เหลืออยู่ อาจเป็นการอุดฟันหรือทำครอบฟัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของฟัน ปริมาณเนื้อฟันที่เหลือ แรงบดเคี้ยว รอยแตก และปัจจัยอื่นที่ทันตแพทย์ประเมิน

ความรู้สึกระหว่างรักษา

รักษารากฟัน เจ็บไหม?

ระหว่างการรักษารากฟัน โดยทั่วไปจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อช่วยควบคุมความรู้สึก จึงไม่ควรมองว่าการรักษารากฟันจำเป็นต้องเป็นหัตถการที่เจ็บมากเสมอไป อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของแต่ละคนแตกต่างกันและขึ้นอยู่กับสภาพของฟันและการอักเสบในขณะนั้น

หลังการรักษา บางคนอาจรู้สึกระบม เสียว หรือเจ็บเมื่อกัดในช่วงแรก เนื่องจากเนื้อเยื่อรอบรากยังอยู่ในระยะฟื้นตัว อาการควรค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

หากมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บวมมาก มีไข้ หรือมีอาการผิดปกติที่น่ากังวล ควรติดต่อคลินิกหรือกลับไปพบทันตแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

ระยะเวลา

รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง และใช้เวลานานแค่ไหน?

จำนวนครั้งของการรักษาไม่เท่ากันในทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของฟัน จำนวนและรูปร่างคลองราก ระดับการติดเชื้อ ความซับซ้อนทางกายวิภาค รวมถึงเป็นการรักษาครั้งแรกหรือการรักษาซ้ำ

โดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 2–3 ครั้ง ตามความยากง่ายและสภาพการติดเชื้อ ขณะที่บางกรณีอาจมีแนวทางแตกต่างออกไปตามการวินิจฉัยและแผนการรักษาของทันตแพทย์

ดังนั้น การถามว่า “รักษารากฟันกี่ครั้ง” จึงไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกซี่ และควรประเมินจากสภาพฟันจริงก่อน

การบูรณะฟัน

รักษารากฟันแล้วต้องครอบฟันไหม?

ไม่ใช่ทุกกรณีที่รักษารากฟันแล้วต้องครอบฟัน การบูรณะอาจเป็นการอุดหรือทำครอบฟัน ขึ้นอยู่กับว่าหลังการรักษาเหลือโครงสร้างฟันที่แข็งแรงมากเพียงใด

ทันตแพทย์จะพิจารณาปัจจัย เช่น

  • ปริมาณเนื้อฟันที่เหลือ
  • เป็นฟันหน้าหรือฟันหลัง
  • ปริมาณแรงบดเคี้ยวที่ฟันต้องรับ
  • มีรอยแตกหรือร้าวหรือไม่
  • ขนาดของรอยผุหรือวัสดุอุดเดิม
  • ความเสี่ยงที่โครงสร้างฟันจะแตกในอนาคต

โดยเฉพาะฟันที่สูญเสียเนื้อฟันไปมาก การบูรณะที่ช่วยปกป้องโครงสร้างที่เหลืออาจมีความสำคัญต่อการใช้งานในระยะยาว

เปรียบเทียบ

รักษารากฟันกับถอนฟัน ต่างกันอย่างไร?

ประเด็นรักษารากฟันถอนฟัน
เป้าหมายรักษาการติดเชื้อหรือการอักเสบภายในและเก็บฟันเดิมไว้นำฟันทั้งซี่ออก
ฟันธรรมชาติยังเก็บฟันธรรมชาติไว้สูญเสียฟันธรรมชาติซี่นั้น
หลังการรักษาต้องบูรณะฟันให้เหมาะสมอาจต้องวางแผนทดแทนฟันที่หายไป
การบูรณะเพิ่มเติมอาจอุดหรือครอบฟันอาจพิจารณารากฟันเทียม สะพานฟัน หรือฟันปลอม
การพิจารณาฟันต้องมีพยากรณ์โรคและโครงสร้างที่สามารถบูรณะได้พิจารณาเมื่อไม่สามารถเก็บฟันได้อย่างเหมาะสมหรือมีข้อบ่งชี้อื่น

การรักษารากฟันไม่ได้ “ดีกว่า” การถอนฟันในทุกสถานการณ์ หากรากฟันแตกอย่างรุนแรง สูญเสียกระดูกรองรับมาก หรือโครงสร้างฟันไม่สามารถบูรณะได้ การถอนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในบางกรณี

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การประเมินว่า ฟันซี่นั้นสามารถรักษาและใช้งานต่อได้อย่างมีพยากรณ์โรคที่เหมาะสมหรือไม่

ข้อแตกต่าง

รักษารากฟัน ต่างจากรากฟันเทียมอย่างไร?

สองคำนี้มักทำให้เกิดความสับสน แต่เป็นการรักษาคนละประเภท

รักษารากฟัน (Root Canal Treatment) คือการรักษาภายในฟันธรรมชาติที่ยังคงอยู่ โดยมีเป้าหมายควบคุมการติดเชื้อหรือการอักเสบและช่วยเก็บฟันซี่นั้นไว้

รากฟันเทียม (Dental Implant) เป็นอุปกรณ์ที่ฝังในกระดูกขากรรไกรเพื่อใช้เป็นส่วนรองรับในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป

ดังนั้น หากฟันยังสามารถเก็บและบูรณะได้ ทันตแพทย์อาจพิจารณาแนวทางรักษาฟันธรรมชาติ แต่หากจำเป็นต้องถอนฟัน การทำรากฟันเทียมอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับทดแทนฟันที่สูญเสียไป

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันขึ้นอยู่กับอะไร?

ค่าใช้จ่ายในการรักษารากฟันอาจแตกต่างกันตามความซับซ้อนของแต่ละกรณี จึงไม่ควรประเมินจากคำว่า “รักษารากฟัน” เพียงอย่างเดียว

ปัจจัยที่อาจมีผล ได้แก่

  • ตำแหน่งและชนิดของฟัน
  • จำนวนและความซับซ้อนของคลองรากฟัน
  • ระดับของการติดเชื้อ
  • เป็นการรักษาครั้งแรกหรือรักษารากฟันซ้ำ
  • ความยากในการเข้าถึงและรักษาคลองราก
  • วิธีการบูรณะฟันหลังรักษา
  • ความจำเป็นในการทำครอบฟันหรือการรักษาอื่นร่วมด้วย

จึงควรเข้ารับการตรวจเพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินสภาพฟันและวางแผนการรักษาก่อน จึงจะสามารถให้ข้อมูลค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้

การดูแลหลังรักษา

หลังรักษารากฟัน ควรดูแลอย่างไร?

หลังการรักษา ควรให้ความสำคัญทั้งกับฟันซี่ที่รักษาและสุขภาพช่องปากโดยรวม

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตามนัดของทันตแพทย์
  • หลีกเลี่ยงการกัดหรือเคี้ยวอาหารแข็งด้วยฟันที่ยังไม่ได้บูรณะอย่างสมบูรณ์
  • แปรงฟันอย่างสม่ำเสมอและทำความสะอาดระหว่างซอกฟัน
  • เข้ารับการบูรณะฟันขั้นสุดท้ายตามแผนที่ทันตแพทย์กำหนด
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดหรือบวมมากขึ้น
  • ตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

แม้จะรักษาคลองรากฟันแล้ว ฟันซี่นั้นยังต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับฟันอื่น ๆ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ในระยะยาว

การเลือกคลินิก

เลือกคลินิกรักษารากฟัน ควรพิจารณาอะไร?

การรักษารากฟันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างขนาดเล็กและซับซ้อนภายในฟัน จึงควรพิจารณามากกว่าค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว เช่น

  • การตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนรักษา
  • ความรู้และประสบการณ์ของทันตแพทย์ในการรักษาคลองรากฟัน
  • เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เหมาะกับการวินิจฉัยและการรักษา
  • การวางแผนบูรณะฟันหลังรักษาราก ไม่ได้มองเฉพาะการกำจัดการติดเชื้อ
  • การติดตามผลหลังการรักษา
  • มาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย
  • การวางแผนการรักษาให้เหมาะกับสุขภาพช่องปากของแต่ละบุคคล

การรักษาที่มีการวางแผนตั้งแต่การวินิจฉัยจนถึงการบูรณะขั้นสุดท้าย จะช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจภาพรวมของการรักษาและสามารถตัดสินใจร่วมกับทันตแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

ที่คลินิกของเรา

การรักษารากฟันที่ Dental Wellness Clinic, BDMS Wellness Clinic

ที่ Dental Wellness Clinic, BDMS Wellness Clinic การรักษารากฟันมุ่งประเมินทั้งสาเหตุของอาการ สภาพคลองรากฟัน และความสามารถในการบูรณะฟัน เพื่อวางแผนดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยข้อมูลบริการของ BDMS Wellness Clinic ระบุว่าการรักษาดำเนินการโดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษารากฟัน และมีการนำเทคโนโลยีด้านการขยายภาพ การควบคุมความเจ็บปวด การทำความสะอาด รวมถึงวัสดุทางทันตกรรมมาใช้ประกอบการรักษา

เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการจัดการกับการติดเชื้อภายในฟัน แต่รวมถึงการวางแผนบูรณะเพื่อให้ฟันกลับมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม และเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาว

Dental Wellness Clinic ตั้งอยู่ที่ BDMS Wellness Clinic ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษารากฟัน

รักษารากฟันคืออะไร?

การรักษารากฟัน คือการนำเนื้อเยื่อภายในโพรงฟันและคลองรากที่เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อออก จากนั้นทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ และอุดปิดคลองราก ก่อนบูรณะตัวฟันตามความเหมาะสม จุดประสงค์สำคัญคือควบคุมการติดเชื้อและช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ในกรณีที่ยังสามารถรักษาได้

อาการแบบไหนควรไปตรวจว่าต้องรักษารากฟันหรือไม่?

หากมีอาการปวดฟันขึ้นมาเอง ปวดรุนแรงช่วงกลางคืน เสียวร้อนหรือเย็นค้างนาน เจ็บเมื่อเคี้ยว ฟันแตกหรือเปลี่ยนสี เหงือกบวม หรือมีตุ่มหนอง ควรเข้ารับการตรวจ อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าต้องรักษารากฟันเสมอไป จึงต้องได้รับการวินิจฉัยจากทันตแพทย์ก่อน

รักษารากฟันเจ็บไหม?

โดยทั่วไปมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ระหว่างรักษาเพื่อช่วยควบคุมความรู้สึก ผู้รับการรักษาบางคนอาจมีอาการระบมหรือเจ็บเมื่อกัดหลังทำในช่วงแรก ซึ่งควรค่อย ๆ ดีขึ้น หากมีอาการปวดรุนแรง บวม หรืออาการแย่ลง ควรกลับไปพบทันตแพทย์

รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับซี่ฟัน จำนวนและรูปร่างคลองราก ระดับการติดเชื้อ และความซับซ้อนของแต่ละกรณี โดยข้อมูลของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลระบุว่าโดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 2–3 ครั้ง แต่ไม่สามารถใช้จำนวนนี้เป็นเกณฑ์ตายตัวสำหรับทุกคนได้

รักษารากฟันแล้วต้องครอบฟันไหม?

ไม่จำเป็นในทุกกรณี หลังรักษารากฟันสามารถบูรณะด้วยการอุดหรือครอบฟันได้ โดยทันตแพทย์จะพิจารณาจากปริมาณเนื้อฟันที่เหลือ ตำแหน่งของฟัน แรงบดเคี้ยว และความเสี่ยงต่อการแตก หากสูญเสียโครงสร้างฟันไปมาก การครอบฟันอาจได้รับการพิจารณาเพื่อช่วยปกป้องฟันที่เหลืออยู่

รักษารากฟันแล้วสามารถใช้งานฟันได้ตามปกติหรือไม่?

หลังการรักษาคลองรากและบูรณะฟันอย่างเหมาะสม ฟันมีเป้าหมายที่จะกลับมาใช้สำหรับการบดเคี้ยวและการใช้งานตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โครงสร้างฟันที่เหลือ คุณภาพการบูรณะ สุขภาพเหงือก พฤติกรรมการใช้งาน และการดูแลสุขภาพช่องปากในระยะยาว

รักษารากฟันกับถอนฟัน แบบไหนเหมาะกว่า?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน หากฟันยังสามารถรักษาและบูรณะได้ การรักษารากฟันเป็นวิธีหนึ่งในการเก็บฟันธรรมชาติไว้ แต่หากฟันแตกจนไม่สามารถบูรณะได้ มีปัญหากระดูกรองรับรุนแรง หรือมีข้อบ่งชี้อื่น การถอนอาจเหมาะสมกว่า การตัดสินใจควรอาศัยการตรวจและพยากรณ์โรคของฟันแต่ละซี่

รักษารากฟันแล้วทำไมยังปวดได้?

หลังการรักษา เนื้อเยื่อรอบปลายรากอาจยังอยู่ในระยะฟื้นตัว ทำให้บางคนมีอาการระบมหรือเจ็บเมื่อกัดในช่วงแรกได้ แต่หากอาการรุนแรงขึ้น ไม่ดีขึ้นตามลำดับ หรือมีอาการบวมร่วมด้วย ควรติดต่อทันตแพทย์เพื่อประเมินว่าเกิดจากการฟื้นตัวตามปกติหรือจำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม

รักษารากฟันแล้วฟันจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

ไม่สามารถระบุอายุการใช้งานที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้ การใช้งานในระยะยาวขึ้นอยู่กับสภาพเดิมของฟัน คุณภาพของการรักษาคลองราก การบูรณะหลังรักษา สุขภาพเหงือก แรงบดเคี้ยว และการดูแลช่องปาก การมาตรวจติดตามและรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อฟันที่รักษารากแล้ว

ทีมทันตแพทย์

ทันตแพทย์ผู้ดูแลการรักษารากฟัน

ทันตแพทย์นรชัย วงศ์กรเชาวลิต ทันตแพทย์ประจำ Dental Wellness Clinic BDMS Wellness Clinic

ทันตแพทย์นรชัย วงศ์กรเชาวลิต

Dental Wellness Clinic

ดูประวัติแพทย์
ทันตแพทย์หญิงกมลทิพย์ ส่งตระกูล ทันตแพทย์ประจำ Dental Wellness Clinic BDMS Wellness Clinic

ทันตแพทย์หญิงกมลทิพย์ ส่งตระกูล

Dental Wellness Clinic

สรุป

สรุป รักษารากฟันควรเริ่มจากการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

การรักษารากฟันเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยจัดการกับเนื้อเยื่อภายในฟันที่เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ และสามารถช่วยเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ในกรณีที่โครงสร้างฟันและเนื้อเยื่อรอบฟันยังเหมาะสมต่อการรักษา

หากมีอาการปวดฟันผิดปกติ ปวดตอนกลางคืน เสียวฟันมาก เจ็บเมื่อเคี้ยว เหงือกบวม หรือสงสัยว่าฟันอาจมีปัญหาภายใน ไม่ควรรอจนมีอาการรุนแรง การเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถประเมินได้ว่าฟันยังสามารถรักษาและบูรณะเพื่อใช้งานต่อได้หรือไม่

สามารถนัดหมายเพื่อตรวจและรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ที่ Dental Wellness Clinic, BDMS Wellness Clinic เพื่อประเมินสภาพฟันและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

Dental Wellness Clinic โทร. 02 826 9986  ·  LINE: @BDMSWellnessClinic
จ., พฤ. 08:00–20:00  ·  พ. 08:00–19:30
อ., ศ., ส. 08:00–17:00  ·  อา. 08:00–16:00