ติดต่อ +66 2 826 9999
เวลาทำการ : 08.00-17.00 จันทร์-ศุกร์,08.00-12.00 เสาร์ |
เมนู

ข้อมูลสุขภาพน่ารู้

ไขมันทรานส์ ศัตรูร้ายที่ใกล้ตัว

รู้จักกับ ไขมันทรานส์ กรดไขมันทีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่อยู่รอบตัวคุณ

1 หน้า
16 Aug 2018
509401

       ในปี 2557 คนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular diseases) รวม 58,681 คน หรือเฉลี่ย ชั่วโมงละ7 คน และหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือระดับไขมันคอเลสเตอรอลชนิดLDL หรือไขมันชนิดเลวที่มาจากอาหารที่เรารับประทานเป็นประจำ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันทรานส์ หรือ Trans fat

ปัจจุบันมีไขมันหลากหลายชนิดที่เราพบได้เป็นประจำทุกวัน แบ่งได้หลักๆ เป็น 3 ประเภทดังนี้

 

ไขมันอิ่มตัว (Saturated fat)

ไขมันอิ่มตัวเป็นไขมันที่ส่งผลให้ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น พบได้ในเนื้อสัตว์เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ติดมัน เนย ครีม ชีส และผลิตภัณฑ์จากนมอื่นๆ ส่วนในพืช จะพบไขมันอิ่มตัวได้ใน มะพร้าว น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และ เนยโกโก้ เป็นต้น ในผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ทางสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้จำกัด การบริโภค ไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 5-6% ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่บริโภคต่อวัน

 

ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fat)

ไขมันไม่อิ่มตัว เป็นไขมันชนิดดีที่มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบตัน (Coronary artery diseases) ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated fats) และ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fats) พบได้ในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทร้าท์ ปลาเฮอร์ริ่ง อะโวคาโด ลูกมะกอก ถั่ววอลนัท น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่งเหลือง น้ำมันเมล็ดคำฝอย น้ำมันคาโนล่า น้ำมันมะกอกและ น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน

 

ไขมันทรานส์ (Trans-unsaturated fats )

       ไขมันทรานส์เป็นกรดไขมันอีกชนิดที่พบได้ในอาหารที่เรารับประทานเป็นประจำ ถูกแบ่งออกเป็น 2ชนิด คือ ไขมันทรานส์ธรรมชาติ (natural trans fat) และ ไขมันทรานส์สังเคราะห์ (artificial trans fat) ส่วนใหญ่เราจะได้รับไขมันทรานส์จากการสังเคราะห์ ในกระบวนการผลิตอาหาร เพื่อยืดอายุอาหารจำพวกของทอด เช่น ไก่ทอด มันฝรั่งทอด แฮมเบอร์เกอร์ หรือขนมอบกรอบ นอกจากนี้ยังรวมถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของเนยขาว และมาร์การีน เช่น คุ้กกี้ พาย พัฟ หรือขนมขบเคี้ยวชนิดแท่งด้วย

       ไขมันชนิดนี้เกิดจาก แปรรูปกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fats) ให้กลายเป็นกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fats) โดยการเติมไฮโดรเจน อีกชื่อหนึ่งของไขมันสังเคราะห์ชนิดนี้ที่อยู่บนฉลากอาหาร คือ   partially hydrogenated oil

       สาเหตุที่มีการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ เนื่องจากไขมันทรานส์ ทนความร้อนได้สูง  สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เหม็นหืน และมีรสชาติคล้ายคลึงไขมันจากสัตว์ แต่มีราคาที่ถูกกว่า ผู้ผลิตอาหารต่างๆ จึงนิยมนำไขมันทรานส์มาใช้ประกอบอาหาร เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มอาหารฟาสต์ฟูด

       จากงานวิจัยพบว่า การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันทรานส์มากๆ จะมีผลต่อการทำงานของเอนไซม์ Cholesterol acyltranferase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญไขมันคอเลสเตอรอล ส่งผลให้ระดับไขมัน LDL ในเลือดเพิ่มขึ้น และไขมัน HDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีลดลง เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

       ในปี 2556 องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration) ได้ออกประกาศเตือน ว่า ไขมันทรานส์เป็นไขมันที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และมีการกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากผลิตภัณฑ์

       ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 มีการประกาศว่า ไม่ให้ใช้ไขมันทรานส์ในการผลิตอาหารโดยเด็ดขาด โดยให้เวลาผู้ผลิตอาหาร 3 ปี ในการปรับกระบวนการผลิต ประเทศที่ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด คือ เดนมาร์ก ที่ออกกฎหมายบังคับผู้ผลิตอาหารไม่ให้มีไขมันทรานส์ในอาหารเกิน 2% พบว่า ผู้ผลิตอาหารให้ความร่วมมืออย่างดีมาก ส่งผลให้อัตราเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง ถึง 70%

       สำหรับคนไทยถึงแม้ว่าเรายังไม่มีมาตรการทางกฎหมายมาควบคุมการใช้หรือบังคับให้ระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากอาหาร แต่เราสามารถเริ่มดูแลตัวเองโดยให้ความใส่ใจกับการเลือกรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพของตัวเรา หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น กลุ่มเบเกอรี่ (เค้ก ครัวซอง คุ้กกี้ โดนัท มัฟฟิน พาย พัฟไส้ต่างๆ) ที่มักจะมีส่วนประกอบของเนยมาการีน และของทอดที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ จนหนืด เช่น มันฝรั่งทอด​ ไก่ทอด นักเก็ต เป็นต้น

Credit: Health Brings Wealth Magazine Issue: 12, สมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน กรุงเทพ (BARSO)

Related Article