วันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2569: แอลกอฮอล์กับโรคมะเร็ง ดื่มน้อยไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
แอลกอฮอล์ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 (IARC) เชื่อมโยงกับมะเร็งอย่างน้อย 7 ชนิด หลักฐานทางการแพทย์ชี้ว่าไม่มีระดับการดื่มที่ปลอดภัย เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ 2569
แอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสี่ยงที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็ง โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จัดให้แอลกอฮอล์อยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งในมนุษย์กลุ่มที่ 1 (Group 1 carcinogen) ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับสารก่อมะเร็งสำคัญอย่างยาสูบและแร่ใยหิน
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของกองทุนวิจัยมะเร็งโลกและสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา (WCRF/AICR) ที่ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับโรคมะเร็งอยู่ในระดับ Convincing: Increases Risk หรือมีหลักฐานหนักแน่นว่าสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้ โครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NTP) ยังได้ข้อสรุปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยก่อมะเร็งในมนุษย์
ปัจจุบันพบว่า แอลกอฮอล์มีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งอย่างน้อย 7 ชนิด ได้แก่ มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม โดยรายงานในปี พ.ศ. 2563 คาดการณ์ว่า มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 741,000 ราย หรือคิดเป็นราว 4% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด ที่มีสาเหตุเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดื่มแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งอย่างไร?
หลักฐานเชิงประจักษ์ทางชีววิทยาชี้ว่า เอทานอลในแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ผ่านกลไกสำคัญ ดังนี้
- กลไกที่ 1: เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยสลายโดยเอนไซม์ Alcohol Dehydrogenase (ADH) ให้กลายเป็น “อะเซทัลดีไฮด์” (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถทำลายสารพันธุกรรม (DNA) ได้โดยตรง ส่งผลให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวผิดปกติ สูญเสียการควบคุม และนำไปสู่การกลายพันธุ์จนเกิดเป็นมะเร็งในที่สุด
- กลไกที่ 2: กระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species: ROS) ซึ่งกระตุ้นการอักเสบภายในร่างกาย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสารพันธุกรรม โปรตีน และไขมัน ผ่านกระบวนการออกซิเดชัน (Oxidation)
- กลไกที่ 3: แอลกอฮอล์สามารถรบกวนสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งชนิดดังกล่าว
- กลไกที่ 4: แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลาย ในผู้ที่สูบบุหรี่ สารก่อมะเร็งจากควันบุหรี่ สามารถซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายได้ง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งช่องปากและมะเร็งลำคออย่างมาก
ยิ่งดื่มมาก ความเสี่ยงมะเร็งยิ่งเพิ่มขึ้น
แม้การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อย ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งบางชนิดได้เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลย และยิ่งดื่มมากขึ้น ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ตัวอย่างจากการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งติดตามผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปจำนวน 226,162 คน พบว่า ในผู้หญิงที่ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์ ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งอยู่ที่ 16.5% โดยความเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 19.0% หากดื่มเฉลี่ยวันละ 1 แก้ว และสูงขึ้นเป็น 21.8% หากดื่มเฉลี่ยวันละ 2 แก้ว
ขณะที่ผู้ชายที่ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงอยู่ที่ 10.0% โดยความเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 11.4% หากดื่มเฉลี่ยวันละ 1 แก้ว และสูงขึ้นเป็น 13.1% หากดื่มเฉลี่ยวันละ 2 แก้ว
ปัจจุบัน หลักฐานทางการแพทย์ชี้ชัดว่า “ไม่มีระดับการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย” ในแง่ของการป้องกันโรคมะเร็ง แม้จะดื่มในปริมาณน้อยก็อาจเพิ่มความเสี่ยงได้ หากสะสมในระยะยาว ดังนั้น การลด ละ หรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ 30 กรกฎาคม 2569 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงโรคมะเร็งกับการดื่มแอลกอฮอล์ และเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลดความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
คำสำคัญเพิ่มเติม: #วันงดดื่มสุราแห่งชาติ #แอลกอฮอล์ #ลดเหล้าลดโรค #alcohol
เอกสารอ้างอิง
- [1] Rumgay H, Shield K, Charvat H, Ferrari P, Sornpaisarn B, Obot I, Islami F, Lemmens VEPP, Rehm J, Soerjomataram I. Global burden of cancer in 2020 attributable to alcohol consumption: a population-based study. Lancet Oncol. 2021 Aug;22(8):1071–80.
- [2] Jemal A, Sung H, Kelly K, Soerjomataram I, Bray F (Eds). The Cancer Atlas. Fourth Ed. Atlanta, GA: American Cancer Society, 2025. Also available at: https://canceratlas.cancer.org/.
- [3] National Cancer Institute. Alcohol and Cancer Risk [Internet]. Maryland: National Cancer Institute, National Institutes of Health; 2025 May 2 [cited 2026 Apr 20]. Available from: https://www.cancer.gov/about-cancer/causes-prevention/risk/alcohol/alcohol-fact-sheet
- [4] Sarich P, Canfell K, Egger S, Banks E, Joshy G, Grogan P, Weber MF. Alcohol consumption, drinking patterns and cancer incidence in an Australian cohort of 226,162 participants aged 45 years and over. Br J Cancer. 2021 Jan;124(2):513–23.
นัดหมาย


