World Cancer Day 2026

Prevention and Wellness Clinic
Prevention and Wellness Clinic
-
04 Feb 2026
-

รู้เร็ว ป้องกันได้: กุญแจสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งยุคใหม่

โรคมะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก คร่าชีวิตผู้คนกว่า 10 ล้านคนในปี พ.ศ. 2563 หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของการเสียชีวิตทั้งหมด แต่รู้หรือไม่ว่า โรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ และมีโอกาสรักษาหายสูง หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น 

เนื่องในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ “วันมะเร็งโลก” (World Cancer Day) เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกัน ปิดช่องว่างแห่งการดูแลรักษาด้วยการใส่ใจสุขภาพ เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ และส่งต่อความรู้เรื่องการป้องกันไปยังคนรอบข้าง 

ทำไมการตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกจึงสำคัญ? 

ในการต่อสู้กับโรคมะเร็งนั้น “การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น” (Early Detection) ยังคงเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุด เพราะหากตรวจพบได้เร็ว กล่าวคือ ก้อนมะเร็งมักยังมีขนาดเล็กและจำกัดอยู่เฉพาะที่ ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นของร่างกาย ส่งผลให้การรักษาได้ผลดีกว่า และไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่รุนแรงมากนัก ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นจึงมัก ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี มีผลข้างเคียงน้อยลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาวได้อีกด้วย 

งานวิจัยในประเทศจีนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความสำเร็จในการตรวจคัดกรองมะเร็งระยะต้น ผ่านการส่องกล้องตรวจเยื่อบุหลอดอาหารในประชากรอายุ 40–69 ปี ซึ่งพบว่า สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งหลอดอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ และนำไปสู่การพัฒนาโครงการประเมินความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารของประเทศในเวลาต่อมา ในทำนองเดียวกัน การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระด้วยวิธี FIT (Fecal Immunochemical Test) ก็แสดงให้เห็นว่า ช่วยลดอุบัติการณ์และการเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่า 30% 

ตัวอย่างการศึกษาทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การตรวจคัดกรองที่ดี คือการป้องกันที่ทรงพลัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรพัฒนาเทคนิคการตรวจที่มีความไว แม่นยำ และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม 

การตรวจคัดกรองยุคใหม่: ก้าวสำคัญสู่การป้องกันมะเร็ง 

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการตรวจคัดกรองรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่แสดงอาการทางคลินิก ตัวอย่างเช่น 

  • การตรวจหามะเร็งจากของเหลวในร่างกาย (Liquid biopsy) 

เป็นเทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ของเหลวในร่างกาย เช่น เลือด ปัสสาวะ หรือน้ำลาย เพื่อค้นหาสัญญาณของเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มต้น โดยตรวจหาชิ้นส่วนดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็ง (Circulating Tumor DNA: ctDNA) หรือสารชีวเคมีที่เป็นตัวบ่งชี้ความผิดปกติ (Biomarkers) ที่ลอยอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งเทคนิคนี้สามารถตรวจพบมะเร็งได้หลากหลายชนิด โดยไม่ต้องตัดชิ้นเนื้อจากร่างกาย 

  • การตรวจเซลล์เม็ดเลือดขาว (EDIM – Epitope Detection in Monocytes) 

เทคโนโลยี EDIM เป็นการตรวจวิเคราะห์เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ (Monocytes) ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นจะเปลี่ยนเป็นแมคโครฟาจ (Macrophages) ที่ทำหน้าที่จับกินสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เช่น แบคทีเรีย เซลล์เสื่อมสภาพ หรือแม้แต่เซลล์มะเร็ง ซึ่งสามารถตรวจพบเศษชิ้นส่วนของเซลล์มะเร็งที่อยู่ภายในแมคโครฟาจเหล่านี้ได้ โดยใช้โปรตีน 2 ชนิด ได้แก่ DNaseX และ TKTL1 ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงของการมีเซลล์ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต 

  • การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) 

เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทอย่างมากในกระบวนการตรวจคัดกรองมะเร็งในปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ โดยสามารถตรวจจับความผิดปกติที่ละเอียดมากจนบางครั้งดวงตามนุษย์อาจมองไม่เห็น เช่น การตรวจพบรอยโรคในช่องปากที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งในอนาคต ผลการศึกษายืนยันว่า AI สามารถช่วยลดอัตราการวินิจฉัยผิดพลาด ทั้งผลบวกลวงและผลลบลวงได้อย่างมีนัยสำคัญ 

อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองยุคใหม่เหล่านี้จะเปิดประตูสู่การตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่ก็ยังจำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจคัดกรองพื้นฐานที่แพทย์แนะนำ เช่น การตรวจแมมโมแกรมสำหรับมะเร็งเต้านม การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การตรวจปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV test) รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ 

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้นยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ เพราะทุกการตรวจคือโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวและใช้เวลาที่มีคุณค่ากับคนที่เรารัก แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้การตรวจคัดกรองมีความแม่นยำและสะดวกมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการตรวจและดูแลสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม  

เพราะ “รู้เร็ว ตรวจเร็ว ลงมือเร็ว” คือ ก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่แข็งแรง ปลอดภัย และปราศจากความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพในอนาคต 

รายการอ้างอิง 
  1. World Health Organization. Cancer [Internet]. Geneva: World Health Organization. 2025 Feb 3 [cited 2025 Dec 15]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer 

  1. Zhang Y, Sun T, Chen X, Li D, Feng F, Zhang L, et al. YDevelopment and external validation of a nomogram for predicting the risk of developing esophageal cancer based on a questionnaire: a multicenter case-control study. Front Oncol. 2025;15:1684561. 

  1. Choi HI, Cha JM. Non-invasive colorectal cancer screening: emerging tools and clinical evidence. Clin Endosc. 2025. 

  1. Benil T, Krishna R, Sariki TP, Yashika P, Saraogi S, Saraogi S. Detect pre-cancerous tongue lesions for early oral cancer diagnosis using deep learning algorithm. Sci Rep. 2025;15(1):41828. 

  1. American Institute for Cancer Research. The Future of Cancer Screening: Breakthrough Detection. Arlington, VA: American Institute for Cancer Research. 2024. 

 

Share:

@2020 BDMS Wellness Clinic. All rights Reserved